การศัลยกรรมจมูก นับว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของในโลก และในประเทศโซนเอเชียรวมถึงไทยก็นิยม การเสริมจมูก เป็นอันดับต้นๆ เพราะว่าช่วยเสริมภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และ ความมั่นใจ

การศัลยกรรมจมูก จะแบ่งกันใหญ่ๆกว้างๆ คือ ส่วนของสันจมูก และ ส่วนของปีก ซึ่งรูปลักษณ์ของทั้งสองส่วนนี้ส่งผลต่อทรงจมูกเป็นอย่างมากพอๆกัน

ในส่วนของการศัลยกรรมส่วนสันจมูก อาจแบ่งได้คร่าวๆ จากวิธีการลงแผลผ่าตัดจมูกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การศัลยกรรมจมูกแบบปิด หรือ แผลในรูจมูก ซึ่งอาจมีทั้งการเปิดแผลข้างเดียวในรูจมูก หรือ เปิดแผลสองข้างในรูจมูก แล้วแต่เทคนิคของแพทย์ผู้ทำผ่าตัด และ การเสริมสันจมูกด้วยวัสดุต่างๆ,การตอกฐานจมูก,การลดฮัมพ์ สามารถทำแบบปิดได้
  2. การศัลยกรรมจมูกแบบเปิด หรือที่เรียกว่า “เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open rhinoplasty)” ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูก ต่อมาจะเลาะแยกชั้นเหนือกระดูกอ่อนปลายจมูก และ กระดูกจมูก เพื่อแยกผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง  ออกจากโครงสร้างของจมูก

ผู้ที่เหมาะจะเสริมจมูกแบบโอเพ่น คือ ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างผิดปกติอย่างมาก หรือ ผู้ที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดตกแต่งกระดูกอ่อนปลายจมูก หรือ จำเป็นต้องยืดผนังกั้นจมูก (ด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้น หรือ กระดูกอ่อนซี่โครง) เนื่องจากจมูกเดิมหดรั้งมากๆ หรือ มีวัสดุแปลกปลอมที่เอาออกได้ยากถ้าทำแบบปิดส่วนเรื่องการรองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อต่างๆเพื่อให้ปลายปลอดภัยลดปัญหาบาง ใส ทะลุ สามารถทำได้ทั้งแบบปิดและแบบเปิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแต่การผ่าตัดแบบเปิด ต้องมีการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางถึงความเหมาะสม

การที่จะเลือกทำการผ่าตัดแบบใดควรมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อประเมินลักษณะจมูกและความจำเป็นในการทำหัตถการต่างๆ เพราะจมูกแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน เป้าหมายทรงที่อยากได้ไม่หมือนกัน ซึ่งคนที่มารับบริการส่วนมากสามารถเสริมจมูกแบบปิดโดยให้สวยงามปลอดภัยได้ผลไม่ต่างกันถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์

การศัลยกรรมจมูกมีทั้ง การเสริม เพิ่ม คือ ใส่วัสดุ หรือ เนื้อเยื่อ เพื่อเติมให้มีมากขึ้น (มักทำในโซนเอเชีย) หรือ การลด เช่น การเอากระดูกหรือผนังกั้นส่วนเกินที่มากเกินไปออกโดนที่ไม่เสริมส่วนนั้น (มักทำในประเทศฝั่งตะวันตก หรือ เชื้อสายตะวันออกกลาง)

วิธีการเสริมจมูก

หลังจากเปิดแผลแล้วแพทย์จะทำการเลาะเนื้อเยื่อในชั้นลึกเหนือกระดูกอ่อนจมูกจนถึงส่วนกระดูกจมูก และ ทำการยกเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อวางวัสดุเสริมไว้ใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งประโยชน์ของการเปิดแผลและวางวัสดุเสริมในชั้นลึก จะทำให้ได้ความเนียนธรรมชาติหลังเสริม ทำให้ทรงปลายจมูกชัด และ ความแน่นบริเวณด้านบนจมูก และ บิดโยกปลายจมูกได้ โดยซิลิโคนด้านบนไม่ลอยบิดออกมาด้วย และที่ Fortune Clinic แพทย์จะวางซิลิโคนในชั้นลึกเท่านั้น

นอกจากการทำข้างต้นแล้วในส่วนของจมูก ยังมีการศัลยกรรมที่ช่วยเสริมรายละเอียดอีก เช่น การตอกฐานกระดูก การตะไบ และ การเสริมรองปลายจมูก


ตอกฐานกระดูก หรือ ตอกฐานจมูก คือ การตอกฐานกระดุกข้างๆสันจมูกทั้ง 2 ข้าง เพื่อจัดทรงฐานกระดูกให้เรียวเล็กลง ในกรณีที่มีฐานกระดูกกว้างโป่ง หรือ ทำให้สันจมูกตรงขึ้น ในกรณีฐานคดเอียง  การตอกฐานจะทำให้สันจมูกในหน้าตรงดูคม มีมิติยิ่งขึ้น และดูเรียวเล็กลง แต่ไม่ได้ทำให้โด่งมากขึ้น

การตอกฐานกระดูก (Osteotomy)  มีความจำเป็นในกรณีที่

  1. ฐานจมูกส่วนกระดูกกว้างและโป่งเกินไป ซึ่งจะทำให้ความโด่งของจมูกในหน้าตรงไม่ชัด และ ไม่มีความคมในการมองใบหน้ามุมเฉียงๆ
  2. ฐานจมูกส่วนกระดูกเบี้ยวคดมาก ซึ่งอาจต้องตอกเพื่อประแนวใหม่ และ ถ้าการบิดเบี้ยวยาวลงมาถึงช่วงจมูกส่วนล่างอาจต้องทำการผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูก (Septoplasty) ร่วมด้วย

ซึ่งการตอกฐานกระดูกจมูกจะช่วยเสริมให้ดั้งชัด คม และ เรียวขึ้น



การตะไบ (Rasping)

คือ การเอาตะไบมาตะไบกระดูก จุดประสงค์เพื่อแก้ไขความไม่เรียบของผิวกระดูก เช่น ผิวกระดูกมีกระดูกงอกเล็กๆเป็นตะปุ่มตะป่ำ หรือ บางครั้งในกรณีที่ Hump สูงมากเกินไปและไม่ต้องการเสริมวัสดุครอบทับ ซึ่งส่วนใหญ่ในการเสริมซิลิโคนมักไม่จำเป็นเพราะเทคนิคของฟอร์จูนคลินิก สามารถเหลาซิลิโคนครอบลงไปได้ (จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินก่อน)

แต่มักไม่แนะนำให้ทำในการเสริมซิลิโคนจมูกถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เนื่องจากจะบวมช้ำเขียวมาก และ การตะไบเป็นการทำลายกายวิภาคของคนไข้เอง บางครั้งบางสถานบริการตะไบมากเกินไปจนกระดูกจมูกหายไปแบนราบเพื่อให้วางซิลิโคนได้ง่าย แต่จมูกผู้ป่วยถูกทำลายไปถาวรมีช่องเปิดบริเวณกระดูกจมูก(Open roof deformity) ซึ่งไม่คุ้มกัน ข้อเสียอีกอย่างคือ เยื่อหุ้มกระดูกก็จะหายไปด้วยทำให้ซิลิโคนต้องวางลอยๆเหนือส่วนกระดูกที่เหลือ ดังนั้นต้องมีความจำเป็นจริงๆถึงจะตะไบจมูกในกรณีที่มีการเสริมวัสดุครอบ


ข้อมูลโดย : หมอแม็คฟอร์จูน