รีวิว “ดึงขมับ เพื่อยกหางตา” แก้ปัญหาหางตาตก หน้าดูเศร้า ไม่สดใส (ดึงขมับ)

รีวิว “ดึงขมับ เพื่อยกหางตา” แก้ปัญหาหางตาตก หน้าดูเศร้า ไม่สดใส

เคสหมอหวาน ดึงขมับ เพื่อยกหางตา (แผลซ่อนไรผม) Temporal Brow Lifting


สืบเนื่องจากรีวิวดึงขมับ ยกหางตา สุดฮอตของคุณ  Tuktacherry  ในเว็บบอร์ดพันทิพย์ เมื่อปี60 ที่สวยเปลี่ยนจนคนไข้ส่งรูปคุณ Tukta มาเป็นตัวอย่างหลายท่านมากๆ แท้จริงแล้วคุณ Tukta เป็นเคสดึงขมับ ของหมอหวาน ฟอร์จูนคลินิกของเรานี่เองค่า วันนี้ได้เจอคุณ Tukta สะที จึงขออนุญาตเผยแพร่รีวิวสวยๆของคุณ Tukta ให้ผู้สนใจได้ชมกันที่นี่ Fortune-clinic.com ด้วยนะค้า ขอบคุณค่า 🙂

ที่มา : pantip.com/topic/36473576


สวัสดีค่ะ
วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ การดึงขมับ เพื่อยกหางตา ( Temporal brow lifting) ให้เพื่อนในห้องนี้ค่ะ

เราอายุ 34 ปี มีสภาพหางตาตก กล้ามเนื้อตาล้า เวลาถ่ายรูปหน้าตรง หรือ บัตรประชาชนจะดูสูงวัยมาก หน้าตาดูเศร้าหมอง และ มีน้ำตาค้างอยู่บริเวณหางตา เวลาไปทำงานต้องแต่งหน้าและกรีดอายไลน์เนอร์ทุกวัน เพื่อปกปิดหางตาที่ตกลง

เมื่อปีที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสฉีดโบท็อกที่หางตาแต่ก็ยกขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น 3-4 เดือนก็กลับมาตกอีก เราจึงตัดสินใจหาข้อมูลจากในเน็ตแล้วก็หาที่ทำตา (ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าเราทำแค่ตาก็พอ) แต่สอบถามไปแต่ละที่เค้าไม่รับทำเคสเราเลย สอบถามไปที่คลีนิคแห่งนึงเค้ารับทำ แต่ต้องเป็นดึงขมับ ซึ่งเท่าที่เราเคยเห็นการดึงขมับ หรือดึงหน้า น่าจะต้องทำในผู้สูงอายุ แต่ในเคสของเราคุณหมอก็บอกว่าต้องทำแบบนี้ เราก็เลยตัดสินใจทำเมื่อกลางเดือน พฤษภาคม 2560 ซึ่งพอจะลาให้ติดกับวันหยุดได้ สรุปว่าได้หยุดไป 5 วัน

มาดูรูปที่เราส่งให้เค้าประเมินตอนทำตากัน (ก่อนทำ)
Before


ขอเล่าความรู้สึกในวันที่คุณหมอนัด  คุณหมอเลือกวิธีฉีดยาชาบริเวณขมับและดึงหางตาที่ตกยกขึ้น
ซึ่งวันที่ทำเราตื่นเต้นมาก คุณหมอก็ใช้ปากกาวาดขมับ 3 จุด บริเวณตรงกับหัวคิ้วจนถึงหางตา เรารู้สึกเจ็บสุดแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น

คุณหมอบรรจงกรีดบริเวณขมับประมาณ 6 ซ.ม. ตอนนั้นยาชาออกฤทธิ์แล้วเราไม่รู้สึกอะไร รู้สึกแต่เพียงว่า คุณหมอดึงเส้นๆ ด้วยความที่ฉีดยาชาเราเลยรู้สึกตึงๆ เท่านั้น คุณหมอทำข้างซ้ายก่อนแล้วก็ค่อยมาฉีดยาชาเพื่อทำข้างขวาต่อไป ระหว่างนั้นคุณหมอก็ให้ลืมตาดูว่าทั้ง 2 ข้างยกเท่ากันไหมจนเป็นที่พอใจ

ตอนแรกที่คุยกันไว้ 2 ชม.ว่าจะแล้วเสร็จ พอทำจริงคุณหมอปราณีตมากทำข้างละ 2 ชม. เลย หลังจากกลับบ้านมาเราก็จะได้ยาลดบวม ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อมาทานจนหมด

Before-after to 10 days

หลังจากทำวันที่ 1 คุณหมอได้พันหัวเราไว้ เพื่อห้ามเลือดให้แน่น เราไม่เจ็บแผลเลย แต่เจ็บหูเพราะที่รัดหัวมันแน่นมาก

อีกวัน (วันที่2) คุณหมอก็นัดให้ไปเอาที่รัดหัวออก เรารู้สึกโล่งมากๆ เราก็เริ่มประคบเย็น นอนหมอนสูง กินยาตามเวลา

หลังจากทำวันที่ 3 ไม่ได้ล้างหน้า เช็ดหน้าด้วยเคล็นซิ่ง น้ำเกลือเท่านั้น หน้าเราก็บวมๆ ขึ้นหน่อยนึงก็กินยาไปไม่กล้าออกไปไหนเลย

หลังจากทำวันที่ 5 ต้องไปทำงานแล้ว หน้าก็ยังบวมๆ  แต่คุณหมอยังห้ามเอาที่แปะข้างๆออก ห้ามโดนน้ำ เราแอบทากันแดดนิดหน่อย ล้างหน้าบริเวณจมูกหน้าผากแต่ไม่ให้โดนขมับ หน้าก็ยังบวมอยู่

หลังจากทำวันที่ 7 คุณหมอนัดไปตัดไหมตอนเย็น แล้วก็แนะนำให้ทายาลดรอยแผลเป็น ชื่อยา dermatix ultra พอตัดไหมแล้วเราโล่งมากๆเลย

รูปสุดท้ายคือวันนี้ ผ่านมา 9 วัน เราไม่เจ็บแผลด้านนอกแล้ว ด้านในยังมีเจ็บบ้างถ้าไปกดโดน

เพื่อนๆทักว่าดีขึ้นค่า ดูสดใสขึ้น คือเราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องยกจนตาเฉี่ยว เพียงแต่เราอยากลืมตา ทำหน้าแบบถ่ายบัตรโดยตาไม่ลอยเหมือนคนง่วงนอน คุณหมอบอกว่าจะเข้าที่อีกทีก็ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป

📎เดือนมิถุนายน 2560 หลังจากดึงขมับเดือนแรก หน้าเปล่าไปซื้อทุเรียนหน้าปากซอย แต่ก่อนหน้าดูแก่กว่าวัย เดี๋ยวนี้มั่นใจขึ้นมากค่ะ

After 1 month


📎 เดือนกรกฎาคม 2560 หลังจากดึงขม้บ 2 เดือน ก็แต่งหน้าไปทำงาน มีกรีดตาบ้างไม่ได้ทำทุกวัน อันที่เอามาให้ดูเป็นกรีดอายไลน์เนอร์ตาก็ดูสดใสขึ้นค่ะ (แต่ยังทายาแก้แผลเป็น dermatix ultra ทุกเช้าเย็นค่ะ) สังเกตที่บริเวณขมับจะมีรอยกรีดเป็นสีขาวแต่มองใกล้ๆไม่เห็น มองไกลๆยิ่งไม่เห็นเลยค่ะ

After 2 months

📎 เดือน สิงหาคม 2560 หลังจากดึงขมับ 3 เดือน แต่งหน้าเข้มก็ไม่หน้าแก่ มีใช้แอ๊บแสงสว่างบ้าง แต่ตรงตาก็สดชื่นไม่แก่
After 3 months


📎เดือน กันยายน 2560 หลังจากดึงขมับ 4 เดือน แต่งหน้าแบบปกติ ตาไม่ต้องกรีดเยอะ
After 4 months

📎 อัพเดทรูป 6 เดือนแล้ว หายตึงที่บริเวณรอยกรีดแล้ว ภาพนี้แต่งหน้ากรีดอายไลน์เนอร์ กรีดง่ายขึ้นเยอะเลย อย่างที่เราบอก ถึง%จะยกไม่มากแต่ก็อยู่ในระดับที่เราพึงพอใจ

After 6 months

📎 รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 ค่ะ

After 6 months


📎 อัพเดท รอยแผลผ่าดึงขมับดูบ้างค่ะ หลังผ่านไป 7 เดือน เราทายา Dermatic Ultra ตามที่คุณหมอแนะนำ  ที่ขมับก็จะเป็นรอยจางๆ สีขาวเหมือนแผลแมวข่วนยาวสัก 4-5 ซ.ม. จริงๆ ตอนไปปรึกษา คุณหมอให้เลือก 2 แบบ คือผ่าใต้คิ้วกับผ่าข้างขมับ แต่เนื่องจากดิฉันคิ้วบางมากเกรงว่าถ้าผ่าใต้คิ้วจะเด่นเกินไป จึงเลือกวิธีดึงขมับ หากเพื่อนๆ สนใจวิธีดึงขมับก็ต้องรับข้อเสียในเรื่องที่บริเวณไรผมข้างๆ จะไม่ขึ้นมาอีก และเป็นรอยแผลขาวแต่ไม่นูน แต่ดิฉันแก้ไขโดยการเอาอายชาโดว์สีน้ำตาลเข้มทาทับรอยขาวนั้นเวลารวบผมแต่ถ้าใครสามารถปล่อยผมได้ก็จะไม่มีปัญหาในข้อนี้ค่ะ (ในรูปยังไม่ได้ทาอายชาโดว์ทับรอยแผลนะคะ ก็จะเป็นขีดจางๆถ้าไม่สังเกตจะไม่ทราบเลย ต้องมองใกล้แบบนั่งติดกันน่ะค่ะ)

รูปถ่ายเมื่อ 5 มกราคม 2561

After 7 months


📎 รูปปัจจุบัน ปี 62
แผลเนียน มองแทบไม่เห็นเลยค่ะ

After 1 year

เพื่อนๆ ลองพิจารณาตามความเหมาะสมนะคะ แต่สำหรับเรามีความสุขกับหน้าตาที่ดูสดชื่นขึ้น และไม่ดูง่วงนอนตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน ถึง % การยกขึ้นจะไม่มากนัก แต่ส่วนตัวเราก็พอใจมากค่ะ

หวังว่าการดึงขมับ ยกหางตาของเราจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาแบบเรานะคะ ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ค่า ^^

ขอขอบพระคุณคุณ Tuktacherry สำหรับรีวิวดีๆนี้ด้วยค่า

 


#แถมรูปวันตัดไหม หลังจากวันที่ทำ 7 วัน (ขออภัยรูปอาจจะดูน่ากลัวนิดนึง เพราะทายาและรอยกรีดแต่ไม่เจ็บนะคะ)
Additional image – Stitches after 7 days

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถาม หรือ ส่งรูปปรึกษาคุณหมอหวานได้ทาง Line : 

Posted on: February 28, 2019

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ในส่วนการตลาด ใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อแสดงโฆษณาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานแต่ละรายและเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการโฆษณาสำหรับผู้เผยแพร่และผู้โฆษณาสำหรับบุคคลที่สาม
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า